7 ข้อพลาดเลี้ยงไก่ชนมือใหม่
การเลี้ยงไก่ชนมือใหม่ไม่ควรเริ่มจากการซื้อไก่ตัวแพงที่สุด แต่ควรเริ่มจากระบบดูแลที่ทำให้ไก่แข็งแรง ปลอดโรค และมีพื้นที่เหมาะสมในประเทศไทย ตั้งแต่โรงเรือน อาหาร น้ำสะอาด วัคซีน ไปจนถึงการสังเกตอาการทุก...
7 ข้อพลาดเลี้ยงไก่ชนมือใหม่
การเลี้ยงไก่ชนมือใหม่ไม่ควรเริ่มจากการซื้อไก่ตัวแพงที่สุด แต่ควรเริ่มจากระบบดูแลที่ทำให้ไก่แข็งแรง ปลอดโรค และมีพื้นที่เหมาะสมในประเทศไทย ตั้งแต่โรงเรือน อาหาร น้ำสะอาด วัคซีน ไปจนถึงการสังเกตอาการทุกวัน หลักสำคัญคือแยกไก่ใหม่อย่างน้อย 14 วัน ดูแลอุณหภูมิลูกไก่ช่วง 1–4 สัปดาห์ และทำความสะอาดคอกสม่ำเสมอ ไก่ชนที่ดีไม่ได้วัดจากขนาดหรือราคาซื้อเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงโครงสร้างร่างกาย สุขภาพ พฤติกรรม และประวัติสายพันธุ์ด้วย กรมปศุสัตว์แนะนำให้ผู้เลี้ยงควบคุมโรคและการเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างจริงจัง ดังนั้นมือใหม่ควรเริ่มจากจำนวนน้อย ทำบันทึกน้ำหนัก อาหาร และอาการผิดปกติทุกวัน แล้วค่อยขยายเมื่อระบบพร้อม
เลี้ยงไก่ชนมือใหม่ เริ่มจากศูนย์ได้จริงหรือไม่?
ได้จริง หากเริ่มจากไก่จำนวนน้อยและจัดระบบพื้นฐานให้ครบ 5 เรื่อง ได้แก่ โรงเรือน อาหาร น้ำ สุขอนามัย และการป้องกันโรค โดยไม่รีบฝึกหนักหรือซื้อไก่หลายตัวตั้งแต่วันแรก การเริ่มต้นแบบเป็นขั้นตอนลดความเสียหายและช่วยให้เห็นปัญหาเร็วขึ้น
กรณีของ “ต้น” มือใหม่สมมติที่เริ่มด้วยไก่ 4 ตัว สะท้อนเรื่องที่คนส่วนใหญ่มองข้ามได้ชัดเจน เขาไม่ได้เสียเงินกับสายพันธุ์ แต่เสียเวลาเพราะไม่มีตารางให้อาหาร ไม่กักไก่ใหม่ และปล่อยให้พื้นคอกชื้นตลอด 7 วัน ปัญหาจึงไม่ได้เกิดจากไก่ไม่เก่ง แต่เกิดจากระบบเลี้ยงไม่มีข้อมูลรองรับ พูดง่าย ๆ คือซื้อรถแข่งมา แต่ลืมเติมน้ำมัน แบบนี้เครื่องยนต์ก็ทำได้แค่ยืนหล่อเฉย ๆ
สำหรับมือใหม่ แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือเริ่มจากไก่ 2–5 ตัว อายุใกล้เคียงกัน และเลือกจากแหล่งที่แจ้งประวัติวัคซีนได้ ตรวจตา จมูก ขา ขน มูล และการเดินก่อนซื้อ หากมีไก่อยู่แล้ว ควรแยกไก่ใหม่จากฝูงเดิมอย่างน้อย 14–30 วัน โดยใช้ภาชนะอาหารและอุปกรณ์คนละชุด นี่เป็นรายละเอียดที่ กรมปศุสัตว์ ให้ความสำคัญ เพราะโรคระบบทางเดินหายใจและโรคติดต่อสามารถแพร่ผ่านคน อุปกรณ์ และมูลสัตว์ได้ ไม่ใช่แค่การสัมผัสตัวต่อตัวเท่านั้น
หลักเริ่มต้นที่ควรทำมีดังนี้
- วัดพื้นที่ก่อนซื้อไก่ ไม่ใช่ซื้อไก่ก่อนแล้วค่อยหาที่วาง
- เตรียมน้ำสะอาดและภาชนะที่ล้างง่ายอย่างน้อย 2 จุด
- จดวันซื้อ อายุ สายพันธุ์ และวัคซีนทุกตัว
- ตรวจสุขภาพเช้าและเย็น ครั้งละ 3–5 นาที
- แยกไก่ป่วยทันที ไม่รอดูอาการหลายวัน
อ่านต่อได้จาก คู่มือเลือกสายพันธุ์ไก่ชนสำหรับมือใหม่ เพื่อเปรียบเทียบลักษณะภายนอกและข้อควรระวังก่อนซื้อ
ถ้าจะเริ่มให้ถูกตั้งแต่ตัวแรก แฟนไก่ชนแนะนำให้ทำตารางดูแลก่อนเดินทางไปซื้อไก่ เพราะกระดาษหนึ่งแผ่นถูกกว่ายารักษาและค่าซ่อมโรงเรือนหลายเท่า

โรงเรือนแบบไหนรับมืออากาศร้อนได้ดีที่สุด?
โรงเรือนไก่ชนในประเทศไทยควรบังแดดและฝน ระบายอากาศได้ดี พื้นแห้ง ไม่เกิดน้ำขัง และป้องกันสุนัข งู หนู รวมถึงสัตว์พาหะอื่น ๆ ได้ โครงสร้างแบบเพิงหมาแหงนหรือหน้าจั่วใช้ได้ทั้งคู่ หากวางทิศทางลมและทำกันสาดเหมาะสม
สิ่งที่สำคัญกว่าแบบหลังคาคืออากาศภายในโรงเรือน ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ไก่จึงเสี่ยงเครียดจากความร้อนเมื่ออากาศอับหรือมีความหนาแน่นมากเกินไป ควรให้ผนังด้านบนโปร่งด้วยตาข่าย แต่ต้องมีผ้าใบหรือแผ่นบังฝนสำหรับช่วงฝนสาด พื้นควรเป็นดินปนทรายที่ระบายน้ำได้ หรือคอนกรีตที่มีวัสดุรองพื้นแห้ง เช่น แกลบหรือขี้เลื่อยสะอาด
พื้นที่ใช้งานไม่ควรกำหนดจากตัวเลขเดียว เพราะต้องดูอายุ ขนาด และเวลาที่ไก่อยู่ในคอกด้วย อย่างไรก็ตาม มือใหม่อาจเริ่มคิดที่ประมาณ 1–2 ตารางเมตรต่อตัวสำหรับพื้นที่คอกและลานรวม หากเลี้ยงแบบแยกคอก ควรมีพื้นที่พอให้ไก่เดิน หมุนตัว กางปีก และนอนโดยไม่เหยียบมูลของตัวเอง การมีคอนสูงจากพื้นประมาณ 40–60 เซนติเมตรช่วยให้ไก่พักได้ แต่ต้องตรวจความแข็งแรงและขอบคมทุกสัปดาห์
พื้นเปียกคือสัญญาณเตือน ไม่ใช่สภาพปกติ ให้ตรวจ 4 จุดนี้เป็นประจำ
- จุดรั่วของหลังคาและน้ำฝนไหลย้อน
- น้ำหกจากภาชนะหรือรางดื่ม
- มูลสะสมใต้คอน
- ช่องทางระบายน้ำรอบโรงเรือน
สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ มีข้อมูลด้านโรคสัตว์และการป้องกันที่ควรใช้ประกอบการจัดโรงเรือน โดยเฉพาะเมื่อเลี้ยงใกล้ฟาร์มอื่น ตลาดสัตว์ปีก หรือพื้นที่ที่มีการเคลื่อนย้ายไก่บ่อย
ระบบกักกันไก่ใหม่ควรวางตรงไหน?
คอกกักกันควรอยู่ห่างจากฝูงเดิมและอยู่ปลายทางการดูแลประจำวัน เพื่อไม่ให้ผู้เลี้ยงเดินย้อนกลับไปปนเปื้อนฝูงสุขภาพดี ควรมีอุปกรณ์เฉพาะและล้างมือหรือเปลี่ยนรองเท้าหลังดูแลทุกครั้ง
จุดนี้มีข้อมูลเชิงปฏิบัติที่หลายบทความไม่ค่อยบอก คือการกักกันจะเสียความหมายทันที หากคอกใหม่อยู่ติดกันจนไก่จิกหรือสัมผัสมูลผ่านรั้วได้ ระยะห่างอย่างน้อย 3–5 เมตรช่วยลดความเสี่ยงจากละอองและการปนเปื้อนทางอ้อม แต่ไม่ใช่เกราะวิเศษ ผู้เลี้ยงยังต้องแยกถังน้ำ แปรง รองเท้า และภาชนะอาหารอย่างชัดเจนด้วย
อาหารและน้ำแบบไหนช่วยให้ไก่ชนโตสมส่วน?
อาหารไก่ชนมือใหม่ควรเริ่มจากอาหารสำเร็จรูปที่เหมาะกับช่วงวัย แล้วเสริมธัญพืชหรือวัตถุดิบอย่างพอดี โดยไม่เปลี่ยนสูตรกะทันหัน น้ำสะอาดต้องมีตลอดเวลา และควรล้างภาชนะอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เพราะน้ำสกปรกทำให้ปัญหาทางเดินอาหารตามมาได้เร็ว
ลูกไก่ ไก่รุ่น และไก่โตต้องการสารอาหารไม่เหมือนกัน ลูกไก่ต้องการโปรตีนและพลังงานเพื่อการเติบโต ส่วนไก่รุ่นต้องควบคุมน้ำหนักและพัฒนากล้ามเนื้อโดยไม่ทำให้อ้วนเกินไป ไก่โตที่ใช้เป็นพ่อพันธุ์ควรได้รับอาหารที่รักษาสภาพร่างกาย ไม่ใช่เร่งน้ำหนักจนเคลื่อนไหวช้า การให้ข้าวเปลือก ข้าวโพด หรือรำละเอียดทำได้ แต่ควรใช้เป็นส่วนเสริม ไม่ควรแทนอาหารหลักทั้งหมด เพราะอาจทำให้โปรตีน แคลเซียม และวิตามินไม่สมดุล
อย่าใช้สูตรเดียวกับไก่ทุกวัย และอย่าเปลี่ยนอาหารวันนี้แล้วคาดหวังผลพรุ่งนี้ ระบบย่อยอาหารต้องใช้เวลาปรับตัวประมาณ 5–7 วัน จึงควรผสมอาหารเดิมกับอาหารใหม่แล้วเพิ่มสัดส่วนทีละน้อย หากมูลเหลว ซึม หรือกินลดลง ให้หยุดการทดลองวัตถุดิบใหม่และประเมินน้ำกับความสะอาดก่อน การเสริมวิตามินหรือยาปฏิชีวนะโดยไม่มีข้อบ่งชี้จากสัตวแพทย์ไม่ใช่ทางลัด และอาจเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา
ตารางดูแลอาหารพื้นฐานสำหรับมือใหม่อาจวางแบบนี้
- เช้า: ตรวจน้ำ เปลี่ยนน้ำ และให้อาหารมื้อหลัก
- กลางวัน: ตรวจความร้อน ความอยากอาหาร และระดับน้ำ
- เย็น: เก็บอาหารค้าง ล้างภาชนะ และให้อาหารตามปริมาณ
- ทุก 7 วัน: ชั่งน้ำหนัก ประเมินมูล และตรวจสภาพขนกับขา
บทความ ตารางอาหารและการเสริมโภชนาการไก่ชน จะช่วยแยกแนวทางตามอายุได้ละเอียดขึ้น แต่หลักง่ายที่สุดคืออย่าให้ไก่อ้วนจนหอบ และอย่าให้ผอมจนเห็นกระดูกชัดเกินไป
ต้องการจัดตารางอาหารให้ไม่มั่วและตรวจสอบได้ ควรเริ่มจากบันทึกปริมาณจริงในแต่ละวัน ไม่ใช่กะด้วยความรู้สึก เพราะความรู้สึกไม่เคยชั่งอาหารได้แม่นเท่าเครื่องชั่งราคาไม่กี่ร้อยบาท

วัคซีนและการฝึกมีจุดไหนที่มือใหม่มักพลาด?
ข้อผิดพลาดหลักคือไม่ตรวจประวัติวัคซีน ใช้ยาปฏิชีวนะป้องกันแบบเดาสุ่ม และเริ่มฝึกหนักก่อนระบบหายใจกับกล้ามเนื้อพร้อม มือใหม่ควรทำแผนวัคซีนร่วมกับสัตวแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ เพราะความเสี่ยงโรคขึ้นกับอายุ แหล่งที่มา และพื้นที่เลี้ยง
โรคที่ควรทำความเข้าใจ ได้แก่ นิวคาสเซิล กัมโบโร และมาร์เรก โดยแผนวัคซีนไม่ควรคัดลอกจากอินเทอร์เน็ตแบบบรรทัดต่อบรรทัด เพราะวัคซีนแต่ละชนิดมีช่วงอายุ วิธีให้ และเงื่อนไขการเก็บรักษาแตกต่างกัน หากวัคซีนเสียอุณหภูมิ ประสิทธิภาพอาจลดลง แม้ขวดยังดูปกติดี นี่คือจุดที่คนมักไม่เห็น แต่ส่งผลต่อทั้งฝูง
การฝึกควรเริ่มหลังไก่สุขภาพดี กินอาหารและดื่มน้ำปกติ ไม่มีน้ำมูก อุจจาระผิดปกติ หรืออาการหอบ โดยเริ่มจากการเดินในพื้นที่ปลอดภัยและการให้คุ้นกับคน ไม่ควรใช้การตี การบังคับ หรือการฝึกจนหมดแรง เป้าหมายของการดูแลเชิงกีฬาและการเตรียมร่างกายควรอยู่บนหลักสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ใช่การทำให้สัตว์บาดเจ็บเพื่อความบันเทิง
องค์การสุขภาพสัตว์โลก หรือ WOAH ระบุว่า “สวัสดิภาพสัตว์หมายถึงสภาพทางกายและจิตใจของสัตว์ที่สัมพันธ์กับเงื่อนไขการมีชีวิตและการตายของมัน” ผู้เลี้ยงจึงควรตรวจอาการหลังการออกกำลังทุกครั้ง และหยุดทันทีหากไก่หอบนาน เดินเซ ปีกตก หรือไม่ตอบสนอง การแข่งขันหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับไก่ชนยังต้องตรวจสอบกฎหมายท้องถิ่นและกติกาสนามให้ชัดเจน เพราะข้อกำหนดด้านการเคลื่อนย้ายสัตว์และการป้องกันโรคอาจเปลี่ยนตามประกาศของรัฐ
องค์การสุขภาพสัตว์โลก อธิบายหลักสวัสดิภาพสัตว์ไว้เป็นมาตรฐานอ้างอิง และ พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 เป็นกฎหมายไทยที่ผู้เลี้ยงควรศึกษา
เมื่อไหร่ควรหยุดเลี้ยงหรือพาไปพบสัตวแพทย์?
ควรหยุดการฝึกและแยกไก่ทันทีเมื่อมีอาการหอบต่อเนื่อง ซึม ไม่กินอาหาร ถ่ายเหลว มีน้ำมูก หน้าบวม คอบิด เดินผิดปกติ หรือมีแผลลึก อาการเหล่านี้อาจเป็นปัญหาสุขภาพที่แพร่สู่ตัวอื่นได้ ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยตามปกติ
การดูแลไก่ชนไม่ควรใช้สีขน ความดุ หรือราคาซื้อเป็นตัวตัดสินสุขภาพ เพราะตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้กว่าคือพฤติกรรมการกิน การดื่มน้ำ มูล การหายใจ น้ำหนัก และความสมบูรณ์ของขน หากไก่ลดน้ำหนักต่อเนื่อง 2–3 วัน หรือกินอาหารลดลงอย่างเห็นได้ชัด ควรหยุดกิจกรรมทั้งหมดและปรึกษาสัตวแพทย์ การรักษาเร็วช่วยลดโอกาสแพร่โรคและลดค่าใช้จ่ายโดยรวมได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมี 4 แบบ
- เห็นไก่ซึมแล้วให้ยาหลายชนิดพร้อมกัน
- ใช้ยาของคนหรือยาที่ไม่ทราบฉลาก
- ปล่อยไก่ป่วยปะปนกับฝูงเพื่อ “ดูอาการ”
- ล้างคอกด้วยน้ำอย่างเดียว แต่ไม่จัดการมูลและวัสดุรองพื้น
หากมีไก่ตายผิดปกติหลายตัวภายในช่วงสั้น ๆ ห้ามเคลื่อนย้าย ซาก หรือขายไก่ต่อโดยพลการ ควรติดต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัดเพื่อขอคำแนะนำ นี่เป็นเรื่องความปลอดภัยของทั้งพื้นที่ ไม่ใช่เรื่องเสียหน้า ไก่ไม่สนใจว่าเจ้าของจะดูเท่หรือไม่ มันสนใจแค่ว่าหายใจได้ กินได้ และไม่โดนโรคเล่นงาน

ควรเริ่มเลี้ยงไก่ชนวันนี้หรือรอให้พร้อมกว่านี้?
ควรเริ่มเมื่อมีโรงเรือนพร้อม งบอาหารต่อเนื่อง และเวลาตรวจดูไก่ทุกวัน โดยเริ่มเพียง 2–5 ตัวก่อน ไม่ควรซื้อจำนวนมากเพราะกระแสหรือคำโฆษณา ไก่ชนที่แข็งแรงเกิดจากการจัดการสม่ำเสมอมากกว่าการเลือกตัวราคาแพง
งบประมาณเริ่มต้นควรแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ค่าไก่ ค่าโรงเรือน ค่าอาหาร และเงินสำรองรักษาโรค ตัวเลขจะแตกต่างตามพื้นที่และวัสดุ แต่ควรมีเงินสำรองอย่างน้อย 20–30 เปอร์เซ็นต์จากงบตั้งต้น หากใช้เงินทั้งหมดไปกับตัวไก่ จะเหลืองบไม่พอสำหรับตาข่าย ภาชนะ น้ำยาทำความสะอาด หรือค่าตรวจรักษา ซึ่งเป็นกับดักคลาสสิกของมือใหม่
ก่อนเริ่มจริง ให้ตรวจรายการนี้ให้ครบ
- มีพื้นที่แห้งและระบายอากาศดี
- มีคอกกักกันแยกจากฝูงเดิม
- มีแหล่งน้ำสะอาดและไฟส่องสว่างพอ
- มีอาหารอย่างน้อย 7–14 วัน
- มีเบอร์ติดต่อสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์ในพื้นที่
- รู้ข้อกำหนดการเคลื่อนย้ายและกิจกรรมไก่ชนในจังหวัด
- พร้อมบันทึกข้อมูลทุกวัน ไม่ใช่ดูแลตามอารมณ์
แฟนไก่ชนควรใช้หลัก “เลี้ยงให้แข็งแรงก่อน เลี้ยงให้เก่งทีหลัง” เพราะสุขภาพคือฐานของทุกอย่าง และยังช่วยให้การตัดสินใจเกี่ยวกับการฝึก การคัดพ่อพันธุ์ และการเข้าร่วมกิจกรรมอยู่บนข้อมูลจริง หากยังไม่มีเวลาตรวจเช้าเย็น หรือไม่มีพื้นที่แยกไก่ป่วย การรออีก 2–4 สัปดาห์เพื่อเตรียมระบบถือว่าคุ้มกว่ารีบซื้อแล้วเริ่มแก้ปัญหาทีหลัง
สำหรับแนวทางต่อยอด ดู กฎกติกาสนามและการดูแลไก่ก่อนกิจกรรม และ วิธีสังเกตอาการป่วยในไก่ชน เพื่อวางแผนอย่างรับผิดชอบและสอดคล้องกับกฎหมายไทย
เมื่อระบบพร้อมแล้ว การเริ่มจากไก่ไม่กี่ตัวจะทำให้คุณเห็นตัวเลขจริง ทั้งน้ำหนัก อาหาร และสุขภาพ ไม่ต้องเดาแบบนักพยากรณ์อากาศที่ยืนมองเมฆแล้วบอกว่าฝนน่าจะตก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเลี้ยงไก่ชนมือใหม่
ถาม: วิธีเลี้ยงไก่ชนมือใหม่หมายถึงอะไร?
วิธีเลี้ยงไก่ชนมือใหม่คือการจัดการไก่ตั้งแต่เลือกตัว โรงเรือน อาหาร น้ำ วัคซีน สุขอนามัย และการฝึกอย่างเหมาะสม ควรเริ่มจากจำนวน 2–5 ตัวเพื่อควบคุมความเสี่ยงและเรียนรู้พฤติกรรมของไก่แต่ละตัว การเลี้ยงไม่ควรเน้นความดุหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูสุขภาพ น้ำหนัก การกิน และการเคลื่อนไหวด้วย ผู้เลี้ยงควรบันทึกข้อมูลทุกวันและแยกไก่ใหม่อย่างน้อย 14 วันก่อนเข้าฝูง
ถาม: มือใหม่ควรเริ่มเลี้ยงไก่ชนกี่ตัว?
มือใหม่ควรเริ่มที่ 2–5 ตัวและเพิ่มจำนวนเมื่อดูแลระบบพื้นฐานได้สม่ำเสมอ จำนวนดังกล่าวช่วยให้ควบคุมอาหาร น้ำ การทำความสะอาด และการสังเกตอาการได้ง่าย หากเริ่มมากกว่า 10 ตัวทันที ความผิดพลาดเรื่องโรคและพื้นที่จะขยายเร็วตามจำนวนไก่ ควรมีคอกกักกันแยกต่างหาก และเตรียมอาหารล่วงหน้าอย่างน้อย 7–14 วันก่อนรับไก่เข้าบ้าน
ถาม: โรงเรือนไก่ชนควรมีขนาดเท่าไหร่?
โรงเรือนควรมีพื้นที่ใช้งานประมาณ 1–2 ตารางเมตรต่อตัวเป็นจุดเริ่มต้น โดยต้องปรับตามขนาดไก่ ระยะเวลาที่กัก และการมีลานเดิน พื้นต้องแห้ง ระบายน้ำได้ดี มีหลังคากันแดดกันฝน และมีตาข่ายป้องกันสัตว์พาหะ คอกกักกันควรแยกจากฝูงเดิมประมาณ 3–5 เมตรเมื่อทำได้ พร้อมใช้ภาชนะอาหารและน้ำคนละชุด
ถาม: ไก่ชนใหม่ต้องกักกันนานแค่ไหน?
ไก่ชนใหม่ควรกักกันอย่างน้อย 14 วัน และควรขยายเป็น 30 วันหากไม่ทราบประวัติวัคซีนหรือมาจากพื้นที่เสี่ยง ระหว่างกักกันให้ตรวจการกิน น้ำหนัก มูล น้ำมูก การหายใจ และสภาพขนทุกวัน ห้ามใช้ภาชนะหรือรองเท้าร่วมกับฝูงเดิม หากมีอาการป่วยต้องแยกต่อและปรึกษาสัตวแพทย์หรือสำนักงานปศุสัตว์ก่อนนำเข้าฝูง
ถาม: อาหารไก่ชนกับอาหารไก่บ้านต่างกันหรือไม่?
อาหารไก่ชนกับอาหารไก่บ้านอาจใช้หลักโภชนาการพื้นฐานร่วมกันได้ แต่ต้องเลือกตามอายุ น้ำหนัก และกิจกรรม ไม่ควรเพิ่มธัญพืชหรืออาหารเสริมจนแทนอาหารหลักทั้งหมด ลูกไก่ต้องการสารอาหารเพื่อการเติบโต ส่วนไก่รุ่นและไก่โตต้องควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม การเปลี่ยนอาหารควรค่อย ๆ ทำภายใน 5–7 วัน และหยุดทดลองทันทีหากมูลเหลวหรือกินลดลง
ถาม: ถ้าไก่ชนซึมหรือไม่กินอาหารควรทำอย่างไร?
หากไก่ชนซึม ไม่กินอาหาร หอบ มีน้ำมูก ถ่ายเหลว หรือเดินผิดปกติ ให้หยุดการฝึก แยกไก่ และจัดน้ำสะอาดให้ทันที จากนั้นตรวจอุณหภูมิโรงเรือน ภาชนะอาหาร มูล และไก่ตัวอื่นในฝูง ห้ามให้ยาปฏิชีวนะหรือยาของคนแบบเดาสุ่ม เพราะอาจบดบังอาการและทำให้รักษายากขึ้น หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง หรือมีไก่ป่วยหลายตัว ควรติดต่อสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์ในพื้นที่
ถาม: ต้องใช้งบเท่าไหร่จึงเริ่มเลี้ยงไก่ชนได้?
งบเริ่มต้นขึ้นกับราคาสายพันธุ์ วัสดุโรงเรือน และอุปกรณ์ แต่ควรแบ่งเงินเป็นค่าไก่ โรงเรือน อาหาร และเงินสำรองรักษาโรค โดยกันสำรองอย่างน้อย 20–30 เปอร์เซ็นต์จากงบทั้งหมด ไม่ควรใช้เงินเกือบทั้งหมดกับการซื้อไก่ราคาแพง เพราะยังมีค่าอาหาร วัคซีน ตาข่าย ภาชนะ และการซ่อมคอกตามมา การเริ่ม 2–5 ตัวช่วยลดต้นทุนและทำให้ประเมินค่าใช้จ่ายจริงก่อนขยายฝูงได้
หากพร้อมวางระบบการเลี้ยงอย่างมีข้อมูล เริ่มจากการตรวจโรงเรือนและทำตารางสุขภาพวันนี้ จะง่ายกว่าตามแก้ปัญหาทีละจุดในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า