ก่อนซ้อม อ่านตารางซ้อมไก่ชน 2026
ตารางซ้อมไก่ชนคือแผนจัดการร่างกายที่กำหนดวันพัก วันออกกำลัง วันล่อ และช่วงฟื้นตัวให้เหมาะกับไก่แต่ละตัว โดยแนวทางของแฟนไก่ชนมุ่งใช้กับผู้เลี้ยงในประเทศไทยที่ต้องการลดการซ้อมหนักเกินไปและติดตามข้อมูลอย...
ก่อนซ้อม อ่านตารางซ้อมไก่ชน 2026
ตารางซ้อมไก่ชนคือแผนจัดการร่างกายที่กำหนดวันพัก วันออกกำลัง วันล่อ และช่วงฟื้นตัวให้เหมาะกับไก่แต่ละตัว โดยแนวทางของแฟนไก่ชนมุ่งใช้กับผู้เลี้ยงในประเทศไทยที่ต้องการลดการซ้อมหนักเกินไปและติดตามข้อมูลอย่างเป็นระบบ แผนมาตรฐานมักแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ฟื้นฟู 7 วัน เสริมกำลัง 14 วัน และพักก่อนแข่งขัน 3–5 วัน ไม่ใช่สูตรตายตัวสำหรับไก่ทุกสายพันธุ์ ผู้เลี้ยงควรตรวจน้ำหนัก อัตราการหายใจ อุจจาระ การกินอาหาร และบาดแผลทุกวัน หากมีอาการซึม หอบ หรือกินลดลงเกิน 24 ชั่วโมงต้องหยุดซ้อมและปรึกษาสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์และองค์การสุขภาพสัตว์โลกต่างให้ความสำคัญกับสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ก่อนกิจกรรมแข่งขัน ดังนั้นควรใช้ตารางเป็นเครื่องมือบันทึก ไม่ใช่ใบอนุญาตให้ฝืนร่างกาย เริ่มจากความเบา แล้วเพิ่มภาระทีละขั้น

ประสบการณ์ของผู้เลี้ยงจำนวนมากสะท้อนปัญหาเดียวกัน คือเร่งซ้อมเพราะอยากให้ไก่พร้อมเร็ว แต่ตัวเลขกลับสวนทาง น้ำหนักตก กล้ามเนื้อเกร็ง และเวลาฟื้นหายใจนานขึ้น ตารางซ้อมไก่ชนที่ดีจึงไม่ได้วัดจากจำนวนรอบอย่างเดียว แต่ดูแนวโน้มอย่างน้อย 4 ค่า ได้แก่ น้ำหนักก่อนและหลังซ้อม อัตราการหายใจหลังพัก 10 นาที ปริมาณอาหารที่กิน และสภาพอุจจาระในแต่ละวัน แฟนไก่ชนควรบันทึกข้อมูลต่อเนื่องอย่างน้อย 7 วันก่อนปรับโปรแกรม เพราะข้อมูลวันเดียวหลอกตาได้เก่งพอ ๆ กับเครื่องคิดเลขแบตใกล้หมด กิจกรรมแข่งขันหรือการเดิมพันต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทยและกติกาสนามที่เกี่ยวข้อง ส่วนการฝึกควรเน้นความปลอดภัย ไม่ใช้วิธีที่ทำให้สัตว์บาดเจ็บโดยไม่จำเป็น
หากต้องการวางพื้นฐานการดูแลให้ครบ ควรอ่าน คู่มือสุขภาพไก่ชนและการสังเกตอาการผิดปกติ ควบคู่กัน
ตารางซ้อมไก่ชนช่วยให้พร้อมจริงหรือไม่?
ตารางซ้อมไก่ชนช่วยเพิ่มความสม่ำเสมอและลดความเสี่ยงจากการฝึกเกินกำลังได้จริง แต่ไม่สามารถรับประกันผลการแข่งขัน เพราะพันธุกรรม สุขภาพ อาหาร น้ำหนัก อายุ และสภาพอากาศล้วนมีผล การใช้ตารางที่ดีควรมีวันพักอย่างน้อย 1–2 วันต่อสัปดาห์ และต้องหยุดทันทีเมื่อพบอาการผิดปกติ
หัวใจของตารางไม่ใช่การทำให้ไก่เหนื่อยที่สุด แต่คือการสร้างความทนทานโดยให้ร่างกายมีเวลาซ่อมแซม หลักง่าย ๆ คือเพิ่มภาระทีละน้อยและไม่เพิ่มทั้งเวลา ความเร็ว และความถี่พร้อมกันในสัปดาห์เดียว ตัวอย่างเช่น หากเริ่มเดินหรือเคลื่อนไหวเบา 10 นาที อาจเพิ่มเป็น 12–15 นาทีในสัปดาห์ถัดไปเมื่อไก่กินอาหารและพักฟื้นตามปกติ ไม่ควรข้ามจาก 10 นาทีเป็น 30 นาทีเพราะเห็นไก่ดูคึกคักเพียงวันเดียว กรมปศุสัตว์มีข้อมูลด้านการป้องกันโรคและการเลี้ยงสัตว์ที่ควรใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยเฉพาะเรื่องการกักแยกและสุขอนามัยในคอก
กรมปศุสัตว์ แนะนำให้ผู้เลี้ยงให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค สุขอนามัย และการสังเกตอาการก่อนกิจกรรมที่เพิ่มความเครียดแก่สัตว์ ส่วน องค์การสุขภาพสัตว์โลก ใช้มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์เป็นกรอบสำคัญในการดูแล สิ่งที่ควรจำคือ “สุขภาพสัตว์ต้องมาก่อนเป้าหมายการใช้งาน” ซึ่งเป็นหลักคิดที่ช่วยกันการฝืนซ้อมได้ดีกว่าคำปลุกใจเสียงดัง
โครงสร้างตาราง 21 วันที่ใช้งานง่าย
ตาราง 21 วันเหมาะกับการวางแผนเบื้องต้น แต่ไม่ควรใช้แทนคำแนะนำจากสัตวแพทย์ โดยแบ่งได้ดังนี้
- วันที่ 1–7: ฟื้นฟู ตรวจสุขภาพ ปรับอาหาร และให้เคลื่อนไหวเบา
- วันที่ 8–14: เสริมกำลัง เพิ่มกิจกรรมทีละขั้น พร้อมมีวันพักคั่น
- วันที่ 15–18: ฝึกความต่อเนื่องในระดับพอดี ไม่เร่งจนหอบนาน
- วันที่ 19–21: ลดภาระ พัก และติดตามน้ำหนักกับการกินอาหาร
ข้อมูลที่มักถูกมองข้ามคืออุณหภูมิแวดล้อม หากอากาศร้อนกว่า 32 องศาเซลเซียส ความเครียดจากความร้อนอาจทำให้การหายใจและการฟื้นตัวเปลี่ยนไป ดังนั้นเวลาเช้าหรือช่วงเย็นจึงเหมาะกว่าช่วงแดดจัด แฟนไก่ชนควรจดเวลา สภาพอากาศ และอาการหลังซ้อมไว้ในแบบฟอร์มเดียวกัน เพราะการเปรียบเทียบข้อมูลคนละช่วงเวลาจะทำให้สรุปผิดได้ง่ายมาก
ตารางซ้อมไก่ชนจัดการกรณีไก่พักฟื้นอย่างไร?
ไก่ที่มีแผล น้ำหนักลด หรือมีอาการหอบต้องเข้าสู่ช่วงพักฟื้นก่อนกลับมาซ้อม โดยควรหยุดกิจกรรมหนักอย่างน้อย 48–72 ชั่วโมงและประเมินการกินอาหาร การขับถ่าย และการหายใจใหม่ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงควรพบสัตวแพทย์ ไม่ควรใช้ตารางเดิมต่อเพียงเพราะใกล้วันแข่งขัน
ช่วงพักฟื้นต้องแยกจากช่วงเตรียมความฟิตอย่างชัดเจน ไก่ที่เพิ่งมีแผลไม่ควรถูกล่อหรือบังคับให้เคลื่อนไหวเพื่อ “เรียกกำลัง” เพราะอาจทำให้แผลเปิดและเพิ่มโอกาสติดเชื้อ จุดตัดสินใจที่เป็นรูปธรรมคือไก่ต้องกินอาหารใกล้เคียงปกติ อุจจาระไม่ผิดสังเกต และหายใจกลับสู่ระดับปกติหลังพัก ไม่ใช่แค่ยืนดูตื่นตัวในคอก หากมีแผลบวม ร้อน มีกลิ่น หรือมีของเหลว ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ การทำความสะอาดอุปกรณ์และเปลี่ยนน้ำทุกวันช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการเพิ่มวิตามินแบบเดาสุ่ม
ข้อมูลเชิงปฏิบัติที่น่าสนใจคือการชั่งน้ำหนักเวลาเดิมทุกวันให้ข้อมูลดีกว่าการชั่งแบบสุ่ม หากน้ำหนักลดต่อเนื่อง 2 วันพร้อมกับกินอาหารลดลง ควรลดภาระทันทีและตรวจสุขภาพ นี่คือจุดที่หลายโปรแกรมพลาด เพราะดูเฉพาะจำนวนรอบซ้อม แต่ไม่ดูผลลัพธ์ทางร่างกาย
สำหรับรายละเอียดเรื่องอาหารและการฟื้นตัว อ่าน ตารางโภชนาการไก่ชนตามช่วงการฝึก

ตัวอย่างแบบบันทึกประจำวัน
- น้ำหนักก่อนกิจกรรม: บันทึกเป็นกรัมและใช้เครื่องชั่งเครื่องเดิม
- ระยะเวลาการเคลื่อนไหว: บันทึกเป็นนาที ไม่ใช้คำว่า “นิดหน่อย”
- การหายใจหลังพัก 10 นาที: ปกติ เร็ว หรือผิดปกติ
- อาหารและน้ำ: กินครบ กินลด หรือไม่กิน
- สภาพมูลและบาดแผล: ปกติ แฉะ เปลี่ยนสี บวม หรือมีเลือด
- คำสั่งของผู้ดูแล: ซ้อมต่อ ลดภาระ หรือพักฟื้น
เอกสารของแฟนไก่ชนควรมีช่องสำหรับหมายเหตุ เพราะตัวเลขไม่สามารถอธิบายทุกอย่างได้ เช่น ไก่บางตัวน้ำหนักเท่าเดิมแต่หอบนานขึ้น หรือกินได้แต่ดูซึม กรณีเหล่านี้ต้องใช้การสังเกตร่วมกับข้อมูล ไม่ใช่ตัดสินจากค่าหนึ่งค่า ตารางที่ดีจึงเป็นระบบเตือนภัยขนาดเล็ก ไม่ใช่ใบรับรองความพร้อม
แล้วกรณีไก่ต่างวัยหรือต่างสายพันธุ์ล่ะ?
ไก่อายุน้อย ไก่โตเต็มวัย และไก่ที่มีประวัติพักฟื้นไม่ควรใช้ตารางเดียวกัน เพราะความทนทานของกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบหายใจแตกต่างกัน การแบ่งกลุ่มตามอายุ น้ำหนัก สุขภาพ และประวัติการฝึกจะปลอดภัยกว่าการแบ่งตามชื่อสายพันธุ์เพียงอย่างเดียว
ไก่ที่อายุน้อยควรเน้นการปรับตัวและการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ มากกว่าการเพิ่มภาระ ส่วนไก่โตเต็มวัยที่สุขภาพดีอาจมีแผนฝึกเป็นระบบขึ้น แต่ก็ยังต้องมีวันพักและสังเกตอาการทุกครั้ง สำหรับไก่ที่ผ่านการเจ็บป่วยหรือมีแผลเก่า ควรลดระดับลงอย่างน้อยหนึ่งขั้นแล้วค่อยประเมินใหม่ใน 48 ชั่วโมง การเปรียบเทียบกับไก่ตัวอื่นไม่ช่วยอะไรนัก เพราะน้ำหนักเท่ากันไม่ได้แปลว่าความฟิตเท่ากัน และไก่ที่ดูแข็งแรงในตอนเช้าอาจฟื้นตัวช้าหลังอากาศร้อนช่วงบ่าย
ความแตกต่างอีกอย่างคือพื้นคอกและสภาพแวดล้อม พื้นลื่น พื้นแข็ง หรือมีฝุ่นมากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อขาและระบบหายใจ แม้ตารางจะเขียนสวยเหมือนรายงานประจำปีของบริษัทใหญ่ก็ตาม ผู้เลี้ยงควรตรวจพื้นคอก แสง อากาศถ่ายเท และน้ำสะอาดก่อนเพิ่มการฝึก วิธีจัดคอกไก่ชนให้สะอาดและลดความเครียด

สัญญาณเตือนที่ต้องหยุดตารางทันที
ให้หยุดซ้อมและแยกประเมินเมื่อพบอาการต่อไปนี้
- หายใจแรงหรืออ้าปากหลังพักเกิน 10 นาที
- เดินเซ ยืนไม่มั่นคง หรือไม่ตอบสนองตามปกติ
- ไม่กินอาหารหรือดื่มน้ำน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
- มีเลือด บวม แผลเปิด หรือขาใช้งานผิดปกติ
- อุจจาระเปลี่ยนสีหรือเหลวต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง
- น้ำหนักลดติดต่อกัน 2 วันโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
หากมีอาการฉุกเฉิน อย่ารอให้ครบตามตาราง เพราะร่างกายสัตว์ไม่อ่านปฏิทินและไม่สนใจวันแข่ง การรักษาเร็วช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าการพยายามชดเชยด้วยอาหารเสริมหรือการพักเพียงคืนเดียว
ตารางซ้อมไก่ชนมีจุดอ่อนตรงไหน?
จุดอ่อนของตารางซ้อมไก่ชนคือไม่สามารถแทนการตรวจสุขภาพและการประเมินรายตัวได้ อีกทั้งตารางจากอินเทอร์เน็ตจำนวนมากไม่ระบุอายุ น้ำหนัก อุณหภูมิ หรือประวัติการเจ็บป่วย จึงอาจเหมาะกับไก่หนึ่งตัวแต่ไม่เหมาะกับอีกตัว การใช้ตารางโดยไม่ปรับตามข้อมูลจริงเป็นความเสี่ยงหลัก ไม่ใช่ความผิดของกระดาษ
อีกปัญหาคือผู้เลี้ยงมักสับสนระหว่างความเหนื่อยกับความฟิต ไก่ที่เหนื่อยมากหลังทำกิจกรรมไม่ได้แปลว่าพัฒนาขึ้น หากใช้เวลาฟื้นนานกว่าเดิม นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าภาระสูงเกินไป หลักวิเคราะห์ที่ใช้ได้คือเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย 3 วัน ไม่ใช่ดูวันที่ดีที่สุดเพียงวันเดียว เช่น น้ำหนักเฉลี่ย การกินอาหาร และเวลาที่หายใจกลับสู่ปกติ วิธีนี้ช่วยลดอคติจากสภาพอากาศและความแปรปรวนรายวัน
นอกจากนี้ ตารางไม่ควรถูกใช้เพื่อสนับสนุนการฝึกที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือความทรมาน กติกาสนามในประเทศไทยอาจแตกต่างกันตามพื้นที่และผู้จัด ผู้เกี่ยวข้องต้องตรวจข้อกำหนดล่าสุดก่อนเข้าร่วมกิจกรรม และการเดิมพันควรพิจารณาความเสี่ยงทางกฎหมายและการเงินอย่างรอบคอบ แฟนไก่ชนควรให้ความสำคัญกับการดูแลสัตว์เหนือความคาดหวังเรื่องผลแพ้ชนะ เชื่อเถอะ ตัวเลขบอกชัดกว่าคำโฆษณาเสมอ
ควรใช้ตารางซ้อมไก่ชนวันนี้หรือไม่?
ควรใช้ตารางซ้อมไก่ชนวันนี้ หากตารางนั้นยืดหยุ่น มีข้อมูลสุขภาพรองรับ และกำหนดวันพักชัดเจน แต่ไม่ควรเริ่มจากแผนหนักหรือคัดลอกตารางของไก่ตัวอื่นโดยตรง ทางเลือกที่ปลอดภัยคือเก็บข้อมูล 7 วันก่อน แล้วเริ่มภาระเบา ปรับทุก 3–4 วัน และหยุดทันทีเมื่อพบสัญญาณผิดปกติ
ขั้นตอนเริ่มต้นที่ทำได้มีดังนี้
- ตรวจสุขภาพทั่วไปและบันทึกน้ำหนักเริ่มต้น
- จัดคอกให้สะอาด อากาศถ่ายเท และมีน้ำสะอาด
- วางแผน 21 วัน โดยแทรกวันพักอย่างน้อย 1–2 วันต่อสัปดาห์
- เพิ่มภาระทีละตัวแปร ไม่เพิ่มเวลาและความถี่พร้อมกัน
- ประเมินน้ำหนัก การกิน อุจจาระ และการหายใจทุกวัน
- ให้สัตวแพทย์ตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติหรือฟื้นตัวช้ากว่าเดิม
สำหรับปี 2026 แฟนไก่ชนสามารถใช้ตารางดิจิทัลหรือแบบกระดาษก็ได้ ขอเพียงบันทึกต่อเนื่องและย้อนดูแนวโน้มได้ การมีข้อมูล 21 วันดีกว่าความมั่นใจจากคำบอกเล่า 21 ประโยค และการพักหนึ่งวันดีกว่าการต้องรักษาอาการบาดเจ็บหลายสัปดาห์ สรุปสั้น ๆ คือ ตารางช่วยจัดระบบ แต่สุขภาพจริงเป็นผู้ตัดสิน
อ่านแนวทางที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้จาก กฎกติกาสนามและหลักการตัดสินไก่ชนไทย ก่อนวางแผนกิจกรรมทุกครั้ง

ตารางซ้อมที่ดีไม่จำเป็นต้องซับซ้อน เพียงระบุวัน ภาระ เวลา อาการหลังพัก และคำสั่งสำหรับวันถัดไปให้ชัดเจน หากตัวเลขเริ่มแย่ลง ให้ลดภาระก่อนหาคำอธิบาย ไม่ใช่เพิ่มการฝึกเพื่อหวังให้ตัวเลขกลับมาเอง การดูแลไก่ชนอย่างรับผิดชอบต้องเคารพข้อจำกัดของสัตว์ กฎหมายไทย และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เมื่อใช้ข้อมูลร่วมกับการสังเกต แผน 21 วันก็กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยตัดสินใจได้จริง ไม่ใช่แค่ตารางสวย ๆ ที่วางทิ้งไว้ข้างคอก
หากพร้อมจัดระบบการฝึกให้เป็นรูปธรรม เริ่มจากบันทึกข้อมูลของไก่หนึ่งตัวเป็นเวลา 7 วัน แล้วค่อยปรับแผนตามหลักฐาน
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ตารางซ้อมไก่ชนคืออะไร?
ตารางซ้อมไก่ชนคือแผนบันทึกวันฝึก วันพัก ภาระการเคลื่อนไหว และการฟื้นตัวของไก่แต่ละตัว โดยทั่วไปอาจวางเป็นรอบ 21 วัน แบ่งช่วงฟื้นฟู 7 วัน เสริมกำลัง 7 วัน และลดภาระก่อนกิจกรรม 3–5 วัน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นกรอบเริ่มต้น ไม่ใช่ข้อบังคับสำหรับไก่ทุกตัว ผู้เลี้ยงต้องดูอายุ น้ำหนัก สุขภาพ อากาศ และประวัติการบาดเจ็บร่วมกันเสมอ
ถาม: ควรเริ่มทำตารางซ้อมไก่ชนอย่างไร?
ควรเริ่มจากการเก็บข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน 7 วันก่อนเพิ่มการฝึก ขั้นแรกบันทึกน้ำหนัก การกินอาหาร การดื่มน้ำ อุจจาระ และลักษณะการหายใจในเวลาเดิมทุกวัน จากนั้นกำหนดกิจกรรมเบาและมีวันพักอย่างน้อย 1–2 วันต่อสัปดาห์ หากไก่กินอาหารลดลง หอบนาน หรือมีแผล ต้องลดภาระหรือหยุดทันที ไม่ควรยึดตามตารางเดิมเพียงเพราะกำหนดวันไว้แล้ว
ถาม: ตารางซ้อมไก่ชน 21 วันดีกว่าตาราง 7 วันหรือไม่?
ตาราง 21 วันให้เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวและการปรับภาระได้มากกว่าตาราง 7 วัน แต่ไม่ได้ดีกว่าโดยอัตโนมัติ เพราะประสิทธิภาพขึ้นกับคุณภาพข้อมูลและสุขภาพไก่ ตาราง 7 วันเหมาะสำหรับเริ่มประเมินหรือใช้ช่วงพักฟื้น ส่วนตาราง 21 วันเหมาะสำหรับวางแผนเป็นรอบ หากน้ำหนักลดหรือมีอาการผิดปกติ ควรยกเลิกแผนและประเมินใหม่ทันที
ถาม: ถ้าไก่หอบหลังซ้อมควรทำอย่างไร?
หากไก่หอบหลังซ้อม ควรหยุดกิจกรรม จัดให้อยู่ในพื้นที่อากาศถ่ายเท มีน้ำสะอาด และสังเกตการฟื้นตัวอย่างน้อย 10 นาที หากยังหอบ อ้าปาก เดินเซ หรือซึมหลังพัก ควรติดต่อสัตวแพทย์และไม่ซ้อมซ้ำในวันเดียวกัน หลีกเลี่ยงการให้อาหารเสริมหรือยาโดยเดาเอง โดยเฉพาะเมื่ออากาศร้อนกว่า 32 องศาเซลเซียส เพราะความเครียดจากความร้อนอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น
ถาม: ตารางซ้อมไก่ชนต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง อุปกรณ์พื้นฐานที่มีประโยชน์คือเครื่องชั่งน้ำหนัก สมุดหรือโทรศัพท์สำหรับบันทึก นาฬิกาจับเวลา ถ้วยน้ำสะอาด และพื้นที่คอกที่ปลอดภัย เครื่องชั่งควรเป็นเครื่องเดิมและใช้เวลาใกล้เคียงกันทุกวันเพื่อให้ข้อมูลเปรียบเทียบได้ ส่วนอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดหรือบาดเจ็บไม่ควรนำมาใช้เพียงเพื่อเพิ่มความหนักของโปรแกรม
ถาม: เมื่อไรควรหยุดใช้ตารางซ้อมไก่ชน?
ควรหยุดใช้ตารางทันทีเมื่อไก่ไม่กินอาหาร หายใจผิดปกติ มีแผลเปิด เดินเซ อุจจาระเปลี่ยนชัดเจน หรือน้ำหนักลดติดต่อกัน 2 วัน การหยุดตารางไม่ได้หมายถึงการเลิกดูแล แต่เป็นการเปลี่ยนจากโหมดฝึกเป็นโหมดพักฟื้นและตรวจสุขภาพ หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง หรือมีเลือด บวม และซึม ควรพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด
ถาม: ตารางซ้อมไก่ชนใช้กับไก่ทุกสายพันธุ์ได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้ตารางเดียวกับไก่ทุกสายพันธุ์หรือทุกวัย เพราะความแตกต่างด้านอายุ น้ำหนัก โครงสร้างร่างกาย สุขภาพ และประวัติการเจ็บป่วยมีผลต่อการฟื้นตัว ตารางควรใช้เป็นกรอบแล้วปรับตามข้อมูลของไก่แต่ละตัว โดยเริ่มจากภาระเบาและเพิ่มทีละขั้น หากไม่แน่ใจเรื่องสุขภาพหรือมีโรคประจำตัว ควรขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ก่อนเริ่มโปรแกรมเสมอ